
วิธีเปลี่ยนยางรถยนต์ง่าย ๆ ได้ด้วยตัวคุณเอง
วิธีเปลี่ยนยางรถยนต์สำรองด้วยตัวเอง หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างทาง
ยางรถยนต์เป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำหน้าที่ยึดเกาะถนน เพื่อให้ตัวรถยนต์สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การประสบอุบัติเหตุที่ทำให้ยางรถยนต์แบน รั่ว ซึม หรือระเบิด ที่ส่งผลต่อความสามารถในการควบคุมรถยนต์ จึงนับเป็นเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคนไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในขณะเดินทาง
แต่ถ้าหากเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาแล้ว การเตรียมตัวเพื่อให้พร้อมรับมือและแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและทันท่วงที ก็นับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคนควรศึกษาทำความเข้าใจอย่างถี่ถ้วน
รวมถึงเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้ทุกครั้ง
วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลและเทคนิคดี ๆ ในการเปลี่ยน
ยางรถยนต์ด้วยตัวเองอย่างถูกวิธีมาฝากผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคน
เพื่อที่เวลาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันกับยางรถยนต์ของตัวเอง และมีเหตุจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนยางรถยนต์ในทันทีโดยสามารถรอเวลาให้ช่างซ่อมรถยนต์มาช่วยได้
เช่น การเกิดอุบัติเหตุยางรั่วในเวลากลางคืน หรือการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ไม่คุ้นเคยเส้นทางและไม่สามารถติดต่อช่างมาช่วยซ่อมได้
คุณจะสามารถเปลี่ยนยางรถยนต์ได้อย่างปลอดภัยและไม่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุให้กับตัวเอง
การเกิดปัญหาที่ทำให้ยางรถยนต์อ่อนหรือแบน เป็นเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่สามารถเกิดขึ้นได้ในระหว่างการขับขี่รถยนต์ หรือเกิดขึ้นก่อนที่จะออกรถโดยที่ผู้ขับขี่ไม่ทันได้สังเกตเห็นถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับ
ยางรถยนต์ของตนเอง โดยการเกิดปัญหาที่ทำให้ยางรถยนต์อ่อนหรือแบนมักจะส่งผลต่อความรู้สึกเมื่อต้องขับขี่รถยนต์ที่ผิดแปลกไป โดยสามารถสังเกตได้ดังนี้
• การเกิดอุบัติเหตุกับยางรถยนต์ที่ส่งผลให้ลมยางบริเวณล้อใดล้อหนึ่งอ่อนกว่าลมยางในอีกสามล้อที่เหลือ มักจะส่งผลให้ผู้ขับขี่เกิดความรู้สึกว่ารถยนต์ของตนเองมีความหนืดและหน่วงมากกว่าปกติเล็กน้อยโดยเฉพาะในต้อนที่ต้องเลี้ยวหรือออกตัว
• การเกิดอุบัติเหตุกับ
ยางรถยนต์ที่ทำให้ยางรถยนต์แบนจากการรั่ว ซึม เมื่อทับสิ่งของที่มีความแหลมคมในระหว่างการขับขี่รถยนต์บนท้องถนนโดยไม่รู้ตัว มักจะส่งผลให้พวงมาลัยของรถยนต์มีความหนักขึ้นจนผิดปกติ และผู้ขับขี่มักจะมีความรู้สึกว่าล้อของรถยนต์กำลังบดกับพื้นผิวของถนนแม้จะกำลังขับขี่บนพื้นผิวถนนที่เรียบก็ตาม อีกทั้งยังทำให้รถยนต์เกิดการเสียสมดุลซึ่งตัวรถมักจะเอียงไปทางฝั่งยางรถยนต์ที่แบน ซึ่งส่งผลต่อการทรงตัวของรถยนต์ การเลี้ยงรถที่ยาก อาการส่ายของรถยนต์เมื่อเกิดการเบรก และการประคองรถยนต์ของผู้ขับขี่ที่ยากลำบากมากยิ่งขึ้น
• การเกิดอุบัติเหตุกับยางรถยนต์ที่ทำให้ยางรถยนต์เกิดการแตกหรือระเบิด โดยทั่วไปแล้วมักจะมีสัญญาณเตือนก่อนทุกครั้งเมื่อยางรถยนต์เริ่มบวมจนเสี่ยงต่อการแตกและระเบิด ยกตัวอย่างเช่น การที่รถยนต์เกิดอาการสั่นสะเทือนในระหว่างการขับขี่ รวมถึงอาการสั่นของพวงมาลัยที่ผิดปกติซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการบังคับและควบคุมรถยนต์ของผู้ขับขี่นั้นเป็นไปได้ยากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อต้องเลี้ยงรถยนต์หรือขับเข้าโค้ง
• สำหรับรถยนต์ที่มีการใช้ยางรถยนต์ประเภทยางรันแฟลต หรือที่มักจะรู้กันในชื่อ
ยางรถซุปเปอร์คาร์ เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้ยางรถยนต์เกิดการรั่ว แบน แตก หรือระเบิด จะมีการแสดงสัญลักษณ์แจ้งเตือนความดันลมยางต่ำขึ้นบนหน้าปัด หรือมีข้อความแจ้งเตือน Tire pressure loss บนหน้าปัด เพื่อแสดงให้เห็นว่าล้อรถยนต์คู่ใดคู่หนึ่งมีแรงดันลมยางแตกต่างกัน เพื่อให้ผู้ขับขี่รถยนต์ทราบว่าขณะนี้กำลังเกิดปัญหาขึ้นกับยางรถยนต์ของตนเอง
1. ตั้งสติให้ดี แน่นอนว่าการเกิดอุบัติเหตุกับยางรถยนต์ที่ส่งผลต่อความสามารถในการควบคุมและประคับประคองรถ ล้วนทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์ทุกคนเกิดความตกใจและลนลาน แต่สิ่งที่ผู้ขับขี่รถยนต์ควรทำเป็นลำดับแรกเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้โดยสารทุกคน คือการพยายามสงบสติอารมณ์และเรียกสติของตนเองกลับมาให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาที่อาจนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรงมากยิ่งขึ้น
2. ยกเท้าออกจากคันเร่ง บังคับพวงมาลัยให้มั่นคง เมื่อเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันกับ
ยางรถยนต์จนเกิดการแตกหรือระเบิด สิ่งที่จะตามมาคือการส่าย สะบัดไปมา ซึ่งจะเกิดอาการดังกล่าวมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับแรงระเบิดของยางรถยนต์ ดังนั้น ผู้ขับขี่รถยนต์จึงควรรีบยกเท้าออกจากคันเร่งและจับพวงมาลัยให้มั่นเพื่อประคองรถ และห้ามหักพวงมาลัยไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งแบบกะทันหัน รวมถึงห้ามใช้เบรกมือหรือเหยียบครัชโดยเด็ดขาด เพื่อป้องกันการหมุนและการพลิกคว่ำของรถยนต์
3. เมื่อความเร็วของรถยนต์ลดลงค่อย ๆ แตะเบรกเบาๆ เมื่อประคองรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุยางแตกหรือระเบิดจนความเร็วของรถยนต์ค่อย ๆ ลดลงได้แล้ว ผู้ขับขี่รถยนต์ควรค่อย ๆ แตะเบรกเบา ๆ โดยการแตะเบรกซ้ำ ๆ เพื่อชะลอความเร็วของรถ และควรให้สัญญาณไฟกะพริบฉุกเฉินในขณะที่กำลังประคองรถเข้าจอดข้างทาง พร้อมเปลี่ยนเกียร์ให้ต่ำลงจนรถจอดสนิท แล้วติดต่อช่างเพื่อขอความช่วยเหลือหรือเริ่มต้นดำเนินการเปลี่ยนยางรถยนต์ด้วยตนเอง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
การเตรียมตัวก่อนการเปลี่ยนยางรถยนต์ด้วยตนเอง
ก่อนเริ่มต้นทำการเปลี่ยนยางรถยนต์ด้วยตนเองนั้น เพื่อความปลอดภัยของตนเองรวมถึงผู้ขับขี่รถยนต์คันอื่น ๆ ที่สัญจรร่วมทาง ผู้ขับขี่รถยนต์ควรลงจากรถเมื่อประเมินแล้วว่าตนเองปลอดภัยจากการจราจรรอบข้าง รวมถึงควรเปิดให้สัญญาณไฟกะพริบฉุกเฉินทุกครั้ง และหากมีป้ายหรือกรวยจราจรตั้งอยู่แถว ๆ บริเวณนั้น ควรนำตั้งไว้รอบรถทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลัง เพื่อแจ้งให้ผู้ขับขี่รถยนต์ท่านอื่นทราบถึงสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับรถยนต์ของคุณ เพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์คันอื่นขับเข้าใกล้ซึ่งสามารถป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการถูกชนซ้ำได้
• ยางอะไหล่ที่บรรจุลมไว้แล้ว
• แม่แรง สำหรับช่วยยกล้อรถยนต์
• ประแจ สำหรับขันนอต
• ที่ขันแม่แรง
• ไขควง
• ก้อนอิฐ หรือท่อนไม้ สำหรับป้องกันรถไหล
• ไฟฉาย (ในกรณีที่ต้องเปลี่ยนยางรถยนต์ในเวลากลางคืน)
1. จอดรถยนต์บริเวณพื้นผิวที่มีความราบเรียบ เพื่อให้รถยนต์ไม่เอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่ง หากเป็นรถยนต์เกียร์อัตโนมัติ ให้เข้าโหมด “P” แล้วดึงเบรกมือ หากเป็นรถยนต์เกียร์ธรรมดาให้เข้าเกียร์ “1” และดึงเบรกมือเช่นกัน เพื่อป้องกันรถไหลขณะเปลี่ยนยางรถยนต์
2. นำอิฐ หรือท่อนไม้ขนาดใหญ่ มาวางขัดไว้บริเวณด้านหน้าและด้านหลังของล้อรถยนต์ที่ต้องการเปลี่ยนยางรถยนต์เพื่อป้องกันไม่ให้รถไหล
3. จัดเตรียมแม่แรงและอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ประแจ ไขควง และไฟฉาย ให้เรียบร้อย โดยควรนำมาวางเรียงไว้ที่บริเวณข้างล้อรถยนต์ที่ต้องการจะเปลี่ยนยางรถยนต์เพื่อให้สะดวกต่อการใช้งาน และควรตรวจเช็กลมยางของยางอะไหล่ให้เรียบร้อย
4. สอดแม่แรงเข้าไปใกล้กับล้อที่จะเปลี่ยนยางรถยนต์ โดยวางตำแหน่งให้ตั้งฉากกับพื้นและอยู่ในตำแหน่งที่เป็นโลหะ และควรระวังการสอดแม่แรงใต้จุดที่เป็นพลาสติกขึ้นรูปเพราะอาจทำให้พลาสติกเกิดการแตก เสียหายได้
5. หมุนแม่แรงเพื่อให้รับน้ำหนักรถ โดยที่ล้อรถยนต์ยังติดพื้นอยู่
6.ใช้ประแจค่อย ๆ คลายนอตเพื่อนำฝาครอบล้อรถออก และคลายนอตที่ล้อให้พอหลวมโดยไม่ต้องนำนอตออกมาทั้งหมด
7.ยกแม่แรงขึ้นเพื่อให้ล้อรถลอยขึ้นเหนือพื้นให้มีความสูงเพียงพอสำหรับการเปลี่ยนยางรถยนต์ และควรนำอิฐหรือขอนไม้มาวางรองใต้รถในแนวตั้ง เพื่อป้องกันการหล่นกระแทกของรถยนต์ในกรณีที่แม่แรงตัวเล็ก รับน้ำหนักรถยนต์ไม่ไหว
8.ขันนอตที่ได้คลายไว้ก่อนหน้านี้ออกทั้งหมด พร้อมถอดล้อเก่าออก และนำล้อยางอะไหล่มาเปลี่ยนพร้อมขันนอตให้แน่นโดยการหมุนตามเข็มนาฬิกา
9.นำอิฐหรือขอนไม้ที่รองไว้ใต้รถออก และค่อย ๆ ลดระดับของแม่แรงลงจนกระทั่งล้อติดพื้นโดยที่ยังไม่ลงน้ำหนักที่ตัวล้อ แล้วขันนอตอีกครั้งให้แน่นที่สุด
10.ลดระดับแม่แรงลงจนกระทั่งล้อเป็นตัวรับน้ำหนักรถยนต์แล้วนำแม่แรงออกมา แล้วใส่ฝาครอบล้อรถยนต์กลับไปให้เรียบร้อย
11. ตรวจเช็กความเรียบร้อยอีกครั้ง พร้อมเก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้เรียบร้อย โดยหลังจากนี้ควรนำรถยนต์ไปให้ช่างตรวจเช็กดูความละเอียดเพิ่มเติมให้เรียบร้อย และทำการเปลี่ยนยางรถยนต์เส้นใหม่แทนยางอะไหล่ที่ได้เปลี่ยนไป